คำอธิษฐาน "
...................
...............................
ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นรู้สึกปวดเมื่อยเล็กน้อย เมื่อสายตาปรับสภาพได้ผมเริ่มสังเกตบริเวณที่ผมอยู่รอบกายช่างดูมืดและเงียบสงัด ไม่ไกลนักผมมองเห็นคุณ...
คุณนั่งคุดคู้อยู่ที่พื้นด้วยความหวาดกลัว ผมขยับตัวลุกขึ้นมานั่งลงข้างๆคุณเห็นคุณตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
...กลัวในสถานที่ที่ไม่รู้จัก
...กลัวในความเงียบสงัดที่ไม่มีแม้เสียงลมพัด
...กลัวความมืดที่แผ่ขยายปกคลุมเราไว้
แล้วเราสองคนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ !! ผมนึกหวั่นอยู่ในใจ
ที่นี่ที่ไหน นี่เป็นคำแรกที่เอื้อนเอ่ยจากปากของคุณ
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากพูด แต่ผมก็ได้แต่นิ่งเงียบ
คุณก็ไม่พูดอะไรต่อเช่นกัน เราทั้งสองต่างเงียบไป.. สมองของผมตอนนี้กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก พยายามนึกให้ออกว่ามายังสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร ทำไม และเพื่ออะไรแต่ดูเหมือนการที่ผมยิ่งคิดกลับยิ่งไร้ผล
ผมค่อยๆหันไปมองคุณ ใบหน้าที่ขาวนวลนั้นซีดเผือดดูเหมือนคุณก็กำลังใช้ความคิดไม่ต่างกัน
ผมพยายามทำให้คุณสบายใจ โดยชี้ให้เห็นว่าจากจุดที่เราอยู่มีทางเดินสายยาวทอดออกไป ผมมองไกลที่สุดเท่าที่จะมองเห็นได้ มันยาวจนสุดสายตาในความมืด
เราตัดสินใจจะเดินไปตามทางสายนี้ พื้นถนนนั้นเป็นก้อนกรวดสีเข้ม ผมเดินเคียงข้างคุณไปเรื่อยๆ บรรยากาศรอบข้างนั้นดูวังเวง เมื่อเดินไปได้สักพักผมได้ยินเสียงเหง่งหง่างของระฆังแว่วมาจากที่ไกลๆ
เหมือนคุณก็ได้ยิน คุณสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าก้าวนำออกไป ผมหันหลังกลับมาคอยระวังหลังให้คุณ ก่อนจะก้าวตามคุณไป
เราเดินกันไปเรื่อยๆผ่านหลุมลึกที่เรียงรายอยู่ข้างทาง ผมคะเนดูจากปากหลุมสีดำน่าอึดอัดที่เหมือนจะดูดอากาศและสิ่งมีชีวิตรอบๆลงไปยังก้นหลุมที่ไม่สามารถมองเห็น ไม่ต้องมีใครบอกเราทั้งสองรีบสาวเท้าเดินให้เร็วขึ้นผ่านเศษซากกระดูกที่มีเถาวัลย์ขึ้นรุงรังไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดก็ตามแต่เราจะออกจากที่นี่ให้ได้
เราเดินต่อไปจนเข้าเขตป่าใหญ่ น่าแปลก..ทั้งๆที่เดินกันมาไกลขนาดนี้ แต่เราสองคนกลับไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยและอ่อนเพลีย อาจเป็นเพราะเราคิดว่ายังมีกันและกันอยู่
เราเดินต่อไปข้างหน้า ขณะที่ความมืดเริ่มไล่หลังมาเรื่อยๆ ต้นไม้ที่รกทึบและทางเดินที่คับแคบเมื่อครู่เริ่มกว้างขึ้นตามระยะทางที่เราก้าวเดินไป
ไม่นานเราก็มาหยุดยืนที่ลานโล่งกว้าง ตรงกลางลานมีต้นไม้สูงใหญ่คล้ายต้นไทรตั้งตระหง่านอยู่ รากของมันห้อยระย้าลงมา จะผิดไปก็ตรงที่ต้นไม้ต้นนี้ไม่มีใบมีแต่กิ่งก้านที่แผ่สยายออกไป
ผมสังเกตเห็นบางสิ่งเป็นแท่งคล้ายกระดูกสีขาวกระจายอยู่ทั่วไปบนกิ่ง เมื่อเดินเข้ามาใกล้ มันกลับเป็นแท่งเทียนไขนี่เอง
เราตัดสินใจนอนใต้ต้นไม้ประหลาดต้นนี้ แม้ไม่มีลมพัดแต่ในยามนี้ความหนาวเย็นกลับไม่ปราณี คุณที่นอนหลับคุดคู้ตรงรากไม้สั่นสะท้านกับความหนาว ในที่สุดคุณดึงผมเข้ามากอดราวกับเด็กเล็กๆที่ต้องการความอบอุ่น
ขณะที่ผมเคลิ้มจะหลับ ก็เห็นแสงสลัวเกิดขึ้นแม้ไม่เจิดจ้าแต่ก็สว่างในความมืดแล้วผมก็พบว่ามันคือเทียนเล่มหนึ่งบนต้นไม้ที่ถูกจุดขึ้นมา
แรกสุดนั้นผมมองเห็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดูบอบบางและสว่างไสวเธอกำลังอุ้มลูกสุนัขตัวเล็กด้วยความทะนุถนอม
แสงสว่างต่อมาทำให้ผมเห็นเด็กนักเรียนตัวน้อยกำลังร้องไห้โยเยไม่อยากไปโรงเรียนรอบกายเต็มไปด้วยสรรพสัตว์ทั้งหลายรายล้อมไม่ว่าจะเป็นนก หนู หมู หมา กา ไก่ และมารดาที่เธอเกาะแน่นไม่ยอมให้จากไปไหน
..ภาพนักเรียนมัธยมกำลังใช้ปากกาสูบหมึกจากในขวดน้ำหมึกแก้วสีฟ้าเพื่อคัดลายมือภาษาอังกฤษ ที่มือของเธอมีรอยหมึกเปื้อนอยู่ประปราย
..ภาพของครอบครัวนักปลูกต้นไม้ ที่ช่วยกันขุดสนามหญ้าหน้าบ้านอยู่หลายหลุม ก่อนจะรู้ว่าหลุมที่ขุดนั้นเล็กเกินไปตอนจะจับต้นไม้ลงหลุม
...ภาพเด็กอายุครบสิบห้าปีคนหนึ่งไปถ่ายรูปทำบัตรประชาชนครั้งแรก สวมเสื้อเชิ้ตลายตารางน่ามอง มีเปียที่แม่ช่วยถักโอบอยู่รอบหัวมีโบว์น้ำเงินเส้นยาวมัดปลายด้านหลัง
...ภาพนักศึกษาที่ไม่ยอมหลับยอมนอน มีถ้วยบะหมี่อยู่ข้างกายต้องนั่งทำงานส่งอาจารย์โดยมีเสียงนาฬิกาที่กำลังเดิน ตึก ตัก... เป็นเพื่อนยามค่ำคืน
..ภาพผู้ชนะการประกวดขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับรางวัลแห่งความสามารถท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง
..ภาพหญิงสาวในชุดครุยถือช่อดอกไม้เรียบง่ายยืนอยู่ท่ามกลางรอยยิ้มปีติของครอบครัว ทั้งมารดาและบิดาของเธอต่างใส่ชุดที่ดีที่สุดเพื่อบุตรสาวที่รักที่สุด แม้ไม่แต่งหน้าแม้เพียงแค่รวบผมแต่เธอก็ยังดูสดใสไม่เปลี่ยนแปลง
ใช่แล้ว..นั่นคืออดีตของคุณนั่นเอง ภาพในอดีตหลั่งไหลมาเรื่อยๆ เมื่อเทียนเล่มสุดท้ายถูกจุดขึ้นในที่สุดต้นไม้ทั้งต้นก็สว่างไสว
ภาพสุดท้ายเป็นภาพของหญิงสาวร่างบอบบางคนหนึ่งกำลังจูงสุนัขเดินไปตามฟุตบาท ดูเหมือนเธอจะพามันออกมาเดินเล่นเป็นประจำทุกเช้าเพราะเจ้าตูบท่าทางรู้จักเส้นทางสายนี้เป็นอย่างดี มันเดินนำเจ้านายพร้อมกับกระดิกหางระริกระรี้อยู่ข้างหน้า บางครั้งก็จะใช้คอกระตุกเชือกเบาๆเพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจให้เจ้านายตามมันไป
บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความสดชื่น วันนี้เป็นวันๆหนึ่งของทุกๆวันแต่ต้องแตกต่างจากวันที่ผ่านมา หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจูงสุนัขข้ามถนน เพียงแค่เสี้ยววินาทีพยามัจจุราชสีดำได้มารับตัวเธอไป
ถึงตอนนี้น้ำตาคุณไหลอาบแก้ม คุณโผเข้ากอดผม ใช่แล้วล่ะ!ผมคือเจ้าหมาตัวนั้นนั่นเอง ความทรงจำที่แตกกระจายค่อยๆกลับมาอีกครั้ง
ผมยังจำได้ตั้งแต่สัมผัสแรกที่เราเจอกันเมื่อผมลืมตาอยู่ในอ้อมกอดของคุณ วันที่คุณร้องไห้ดึงขนผมเพราะไม่อยากไปโรงเรียน ตอนที่คุณโยนใบผักกาดต้มให้ผมและบอกว่ามันมีประโยชน์และบอกแม่ว่าคุณไม่ชอบ ในยามค่ำคืนที่ผมรอจนไฟบนห้องคุณดับสนิทแล้วจึงเข้านอน..
ในหน้าร้อนตอนที่เรากินไอศกรีมกันคนละแท่ง
ในหน้าฝนยามที่ฝนตกพรำผมต้องพยายามหาทางออกไปรับคุณที่หน้าประตูบ้าน
ในหน้าหนาวตอนที่คุณบอกว่าผมอุ่นมากกว่าเสื้อกันหนาว
ผมยังจำได้... จนถึงวันสุดท้ายที่ผมกับคุณไปเดินเล่นด้วยกัน ที่หัวมุมถนนมีรถสีดำคันหนึ่งขับฉวัดเฉวียนมาด้วยความเร็ว ผมพาคุณข้ามถนนยังไม่ทันคล้อยหลังมันก็มาพาตัวคุณไป
ทั้งที่ผมรีบกระโดดเข้าขวาง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือร่างบอบบางนอนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาของผมค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ
ตอนนี้เทียนเล่มสุดท้ายค่อยๆมอดลง มีแสงสว่างของยามเช้าตรงขอบฟ้าด้านหนึ่ง เรามุ่งหน้าไปที่นั่น ก้าวเดินไปตามทางข้างหน้า แสงสว่างที่จะพาเราสู่โลกใหม่ ผมเดินไปพร้อมๆกับคุณและอธิษฐาน
สาธุ!พระเจ้าครับ เกิดชาติหน้าขอให้ผมเป็นมนุษย์คู่กับเจ้านายของผมด้วยเถอะคร้าบบ~
ผู้เเต่ง Kimjii

