2006/Aug/30

คำอธิษฐาน "

...................

...............................

ผมค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นรู้สึกปวดเมื่อยเล็กน้อย เมื่อสายตาปรับสภาพได้ผมเริ่มสังเกตบริเวณที่ผมอยู่รอบกายช่างดูมืดและเงียบสงัด ไม่ไกลนักผมมองเห็นคุณ...


คุณนั่งคุดคู้อยู่ที่พื้นด้วยความหวาดกลัว ผมขยับตัวลุกขึ้นมานั่งลงข้างๆคุณเห็นคุณตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว


...
กลัวในสถานที่ที่ไม่รู้จัก
...
กลัวในความเงียบสงัดที่ไม่มีแม้เสียงลมพัด
...
กลัวความมืดที่แผ่ขยายปกคลุมเราไว้


แล้วเราสองคนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ !! ผมนึกหวั่นอยู่ในใจ


ที่นี่ที่ไหน นี่เป็นคำแรกที่เอื้อนเอ่ยจากปากของคุณ


ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากพูด แต่ผมก็ได้แต่นิ่งเงียบ


คุณก็ไม่พูดอะไรต่อเช่นกัน เราทั้งสองต่างเงียบไป.. สมองของผมตอนนี้กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก พยายามนึกให้ออกว่ามายังสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร ทำไม และเพื่ออะไรแต่ดูเหมือนการที่ผมยิ่งคิดกลับยิ่งไร้ผล


ผมค่อยๆหันไปมองคุณ ใบหน้าที่ขาวนวลนั้นซีดเผือดดูเหมือนคุณก็กำลังใช้ความคิดไม่ต่างกัน


ผมพยายามทำให้คุณสบายใจ โดยชี้ให้เห็นว่าจากจุดที่เราอยู่มีทางเดินสายยาวทอดออกไป ผมมองไกลที่สุดเท่าที่จะมองเห็นได้ มันยาวจนสุดสายตาในความมืด


เราตัดสินใจจะเดินไปตามทางสายนี้ พื้นถนนนั้นเป็นก้อนกรวดสีเข้ม ผมเดินเคียงข้างคุณไปเรื่อยๆ บรรยากาศรอบข้างนั้นดูวังเวง เมื่อเดินไปได้สักพักผมได้ยินเสียงเหง่งหง่างของระฆังแว่วมาจากที่ไกลๆ


เหมือนคุณก็ได้ยิน คุณสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าก้าวนำออกไป ผมหันหลังกลับมาคอยระวังหลังให้คุณ ก่อนจะก้าวตามคุณไป


เราเดินกันไปเรื่อยๆผ่านหลุมลึกที่เรียงรายอยู่ข้างทาง ผมคะเนดูจากปากหลุมสีดำน่าอึดอัดที่เหมือนจะดูดอากาศและสิ่งมีชีวิตรอบๆลงไปยังก้นหลุมที่ไม่สามารถมองเห็น ไม่ต้องมีใครบอกเราทั้งสองรีบสาวเท้าเดินให้เร็วขึ้นผ่านเศษซากกระดูกที่มีเถาวัลย์ขึ้นรุงรังไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดก็ตามแต่เราจะออกจากที่นี่ให้ได้


เราเดินต่อไปจนเข้าเขตป่าใหญ่ น่าแปลก..ทั้งๆที่เดินกันมาไกลขนาดนี้ แต่เราสองคนกลับไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยและอ่อนเพลีย อาจเป็นเพราะเราคิดว่ายังมีกันและกันอยู่


เราเดินต่อไปข้างหน้า ขณะที่ความมืดเริ่มไล่หลังมาเรื่อยๆ ต้นไม้ที่รกทึบและทางเดินที่คับแคบเมื่อครู่เริ่มกว้างขึ้นตามระยะทางที่เราก้าวเดินไป


ไม่นานเราก็มาหยุดยืนที่ลานโล่งกว้าง ตรงกลางลานมีต้นไม้สูงใหญ่คล้ายต้นไทรตั้งตระหง่านอยู่ รากของมันห้อยระย้าลงมา จะผิดไปก็ตรงที่ต้นไม้ต้นนี้ไม่มีใบมีแต่กิ่งก้านที่แผ่สยายออกไป


ผมสังเกตเห็นบางสิ่งเป็นแท่งคล้ายกระดูกสีขาวกระจายอยู่ทั่วไปบนกิ่ง เมื่อเดินเข้ามาใกล้ มันกลับเป็นแท่งเทียนไขนี่เอง


เราตัดสินใจนอนใต้ต้นไม้ประหลาดต้นนี้ แม้ไม่มีลมพัดแต่ในยามนี้ความหนาวเย็นกลับไม่ปราณี คุณที่นอนหลับคุดคู้ตรงรากไม้สั่นสะท้านกับความหนาว ในที่สุดคุณดึงผมเข้ามากอดราวกับเด็กเล็กๆที่ต้องการความอบอุ่น


ขณะที่ผมเคลิ้มจะหลับ ก็เห็นแสงสลัวเกิดขึ้นแม้ไม่เจิดจ้าแต่ก็สว่างในความมืดแล้วผมก็พบว่ามันคือเทียนเล่มหนึ่งบนต้นไม้ที่ถูกจุดขึ้นมา


แรกสุดนั้นผมมองเห็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดูบอบบางและสว่างไสวเธอกำลังอุ้มลูกสุนัขตัวเล็กด้วยความทะนุถนอม


แสงสว่างต่อมาทำให้ผมเห็นเด็กนักเรียนตัวน้อยกำลังร้องไห้โยเยไม่อยากไปโรงเรียนรอบกายเต็มไปด้วยสรรพสัตว์ทั้งหลายรายล้อมไม่ว่าจะเป็นนก หนู หมู หมา กา ไก่ และมารดาที่เธอเกาะแน่นไม่ยอมให้จากไปไหน


..ภาพนักเรียนมัธยมกำลังใช้ปากกาสูบหมึกจากในขวดน้ำหมึกแก้วสีฟ้าเพื่อคัดลายมือภาษาอังกฤษ ที่มือของเธอมีรอยหมึกเปื้อนอยู่ประปราย


..ภาพของครอบครัวนักปลูกต้นไม้ ที่ช่วยกันขุดสนามหญ้าหน้าบ้านอยู่หลายหลุม ก่อนจะรู้ว่าหลุมที่ขุดนั้นเล็กเกินไปตอนจะจับต้นไม้ลงหลุม


...ภาพเด็กอายุครบสิบห้าปีคนหนึ่งไปถ่ายรูปทำบัตรประชาชนครั้งแรก สวมเสื้อเชิ้ตลายตารางน่ามอง มีเปียที่แม่ช่วยถักโอบอยู่รอบหัวมีโบว์น้ำเงินเส้นยาวมัดปลายด้านหลัง


...ภาพนักศึกษาที่ไม่ยอมหลับยอมนอน มีถ้วยบะหมี่อยู่ข้างกายต้องนั่งทำงานส่งอาจารย์โดยมีเสียงนาฬิกาที่กำลังเดิน ตึก ตัก... เป็นเพื่อนยามค่ำคืน


..ภาพผู้ชนะการประกวดขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับรางวัลแห่งความสามารถท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง


..ภาพหญิงสาวในชุดครุยถือช่อดอกไม้เรียบง่ายยืนอยู่ท่ามกลางรอยยิ้มปีติของครอบครัว ทั้งมารดาและบิดาของเธอต่างใส่ชุดที่ดีที่สุดเพื่อบุตรสาวที่รักที่สุด แม้ไม่แต่งหน้าแม้เพียงแค่รวบผมแต่เธอก็ยังดูสดใสไม่เปลี่ยนแปลง


ใช่แล้ว..นั่นคืออดีตของคุณนั่นเอง ภาพในอดีตหลั่งไหลมาเรื่อยๆ เมื่อเทียนเล่มสุดท้ายถูกจุดขึ้นในที่สุดต้นไม้ทั้งต้นก็สว่างไสว


ภาพสุดท้ายเป็นภาพของหญิงสาวร่างบอบบางคนหนึ่งกำลังจูงสุนัขเดินไปตามฟุตบาท ดูเหมือนเธอจะพามันออกมาเดินเล่นเป็นประจำทุกเช้าเพราะเจ้าตูบท่าทางรู้จักเส้นทางสายนี้เป็นอย่างดี มันเดินนำเจ้านายพร้อมกับกระดิกหางระริกระรี้อยู่ข้างหน้า บางครั้งก็จะใช้คอกระตุกเชือกเบาๆเพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจให้เจ้านายตามมันไป


บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความสดชื่น วันนี้เป็นวันๆหนึ่งของทุกๆวันแต่ต้องแตกต่างจากวันที่ผ่านมา หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจูงสุนัขข้ามถนน เพียงแค่เสี้ยววินาทีพยามัจจุราชสีดำได้มารับตัวเธอไป


ถึงตอนนี้น้ำตาคุณไหลอาบแก้ม คุณโผเข้ากอดผม ใช่แล้วล่ะ!ผมคือเจ้าหมาตัวนั้นนั่นเอง ความทรงจำที่แตกกระจายค่อยๆกลับมาอีกครั้ง


ผมยังจำได้ตั้งแต่สัมผัสแรกที่เราเจอกันเมื่อผมลืมตาอยู่ในอ้อมกอดของคุณ วันที่คุณร้องไห้ดึงขนผมเพราะไม่อยากไปโรงเรียน ตอนที่คุณโยนใบผักกาดต้มให้ผมและบอกว่ามันมีประโยชน์และบอกแม่ว่าคุณไม่ชอบ ในยามค่ำคืนที่ผมรอจนไฟบนห้องคุณดับสนิทแล้วจึงเข้านอน..


ในหน้าร้อนตอนที่เรากินไอศกรีมกันคนละแท่ง


ในหน้าฝนยามที่ฝนตกพรำผมต้องพยายามหาทางออกไปรับคุณที่หน้าประตูบ้าน


ในหน้าหนาวตอนที่คุณบอกว่าผมอุ่นมากกว่าเสื้อกันหนาว


ผมยังจำได้... จนถึงวันสุดท้ายที่ผมกับคุณไปเดินเล่นด้วยกัน ที่หัวมุมถนนมีรถสีดำคันหนึ่งขับฉวัดเฉวียนมาด้วยความเร็ว ผมพาคุณข้ามถนนยังไม่ทันคล้อยหลังมันก็มาพาตัวคุณไป
ทั้งที่ผมรีบกระโดดเข้าขวาง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือร่างบอบบางนอนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาของผมค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ


ตอนนี้เทียนเล่มสุดท้ายค่อยๆมอดลง มีแสงสว่างของยามเช้าตรงขอบฟ้าด้านหนึ่ง เรามุ่งหน้าไปที่นั่น ก้าวเดินไปตามทางข้างหน้า แสงสว่างที่จะพาเราสู่โลกใหม่ ผมเดินไปพร้อมๆกับคุณและอธิษฐาน


สาธุ!พระเจ้าครับ เกิดชาติหน้าขอให้ผมเป็นมนุษย์คู่กับเจ้านายของผมด้วยเถอะคร้าบบ~

ผู้เเต่ง Kimjii

บลอก http://kimjii.exteen.com

hpdaren16.jpg

2006/Aug/29

world4.jpg

สวัสดีบลอกน้อยๆของฉัน

เเหะๆเขินจัง เขียนเอง ทักทายเองเนี่ย #-_-#

เเต่เอาเถอะ..กว่าจะทำบลอกเสร็จก็เหนื่อยจนใจจะขาด

ก็คนมันไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีเท่าไหร่นี่นา

..บลอกนี้ตั้งใจไว้ว่าจะเก็บรวบรวมงานเขียนอย่างเดียวนะจ๊ะ ^ ^

คงไม่โพสเรื่องอื่นมากมายนักถ้าใครถูกใจสามารถติชมกันได้นะจ๊ะ

หากต้องการนำบทความไปส่งต่อหรือ FW. ขออนุญาตคนเขียนด้วยนะจ๊ะ บอกเเหล่งที่มา(ให้เครดิต)หรืออ้างอิงเว็บถือเป็นมารยาทที่ดีเเละเป็นพระคุณอย่างสูงจ๊ะ

ป.ล. การทำซ้ำดัดเเปลงตัดตอนเเก้ไขผลงานเขียนผู้อื่นมาเป็นของตนมีโทษตามกฏหมายนะจ๊ะ ..หากพบส่วนหนึ่งส่วนใดปรากฏตามที่สาธารณะโดยที่ผู้เขียนมิได้รับรู้หรืออนุญาตผู้เขียนจะขอเอาผิดเเละดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดต่อไป ^ ^ (อ้างอิงจากมาตรา 32 พรบ. ลิขสิทธิ์ปี 2537)